Smart SME: Zoë Scarf จัดการคำสั่งซื้อท่วมท้นด้วยผู้ช่วยคนสำคัญ

หนึ่งในแบรนด์ผ้าพันคอที่ไม่ว่าจะเปิดตัวมากี่คอลเล็คชั่นก็ถูกใจสาวๆ ทุกสไตล์ ทั้งสวยหวานลายดอกไม้เซอร์ฮิปกับลายกราฟิกสุดเท่ หรือจะเรียบหรูแบบคลาสสิก เบื้องหลังความสำเร็จของผ้าพันคอแบรนด์ Zoë Scarf (โซอี้ สคาร์ฟ) นั้นมาจากการเริ่มธุรกิจด้วยการแบ่งเวลาเพียง 1 ชั่วโมงต่อวันของเภสัชกรหญิงโสภาพิมพ์สิริพานิชย์ (โซอี้) กรรมการผู้จัดการบริษัท SCL Innovation จำกัด เจ้าของแบรนด์ผ้าพันคอ Zoë Scarf และวิทยากรด้านดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง ที่จัดสรรเวลามาให้กับความฝัน พร้อมเดินหน้าทำธุรกิจที่เปลี่ยนแพชชั่นมาเป็นความสำเร็จได้อย่างลงตัว

คุณโซอี้เริ่มต้นการจัดจำหน่ายผ้าพันคอผ่านช่องทางออนไลน์ ก่อนที่ในปัจจุบันจะขยายมามีช่องทางการจัดจำหน่ายในห้างสรรพสินค้ากว่า 10 แห่ง พร้อมกับส่งออกต่างประเทศ ในช่วงเริ่มต้นธุรกิจเลือกใช้ช่องทางโซเชียล มีเดียทั่วไปอย่างเฟซบุ้ค ไลน์ และอินสตาแกรม เป็นที่มาของการรับคำสั่งซื้อของลูกค้าผ่าน 3 ช่องทางด้วยกัน คืออินบ๊อกซ์ในเฟซบุ้ค ไ ลน์แชท และอีเมลจากเว็บไซต์ ทำให้ต้องตรวจสอบคำสั่งซื้อลูกค้าทั้งหมดจากหลายช่องทาง แบรนด์ Zoë Scarf จึงจำเป็นต้องหาตัวช่วยในการจัดการคำสั่งซื้อออนไลน์

ฟังก์ชั่นครบ จบทุกโจทย์ความต้องการ

จากปัญหาเรื่องการจัดเก็บคำสั่งซื้อของลูกค้าที่มาจากหลายช่องทาง ทำให้เกิดการตกหล่นของคำสั่งซื้อ ทั้งเสียเวลาในการทำงานค่อนข้างไปจำนวนมาก เกิดความผิดพลาดในการสั่งสินค้า และเกิดการสับสนระหว่างขอบเขตการทำงานของพนักงานในทีม

หลังจากได้ทดลองตัวช่วยจากสตาร์ทอัพหลายๆ เจ้า แบรนด์ Zoë Scarf ก็มาลงเอยกับ Sellsuki ทั้งประทับใจแรกพบกับหน้าตาใช้งานที่เป็นมิตร (User friendly) วิธีการใช้งานที่แบ่งสีตามหน้าที่ของการใช้งาน ทำให้สามารถเรียงลำดับความสำคัญของหน้าที่ได้อย่างถูกต้อง ตั้งแต่คำสั่งซื้อการออกบิล การเช็คยอดเงิน การแพ็คและจัดส่งสินค้า โดยหนึ่งระบบที่เป็นหัวใจสำคัญของ Sellsuki ที่คุณโซอี้ประทับใจก็คือความสามารถในการส่งออกข้อมูลของลูกค้าเป็นไฟล์ได้ สำหรับ Zoë Scarf แล้วข้อมูลลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ในยุคของข้อมูล (Information) อย่างปัจจุบันที่ธุรกิจแต่ละแบรนด์แข่งขันกันด้วยข้อมูล การที่ Sellsuki สามารถทำรายการรายชื่อลูกค้าเพื่อเป็นข้อมูลในการนำไปทำการตลาดโดยการต่อยอดได้อีก อาทิ นำไปทำอีเมลมาร์เก็ตติ้ง นำไปซื้อโฆษณาในเฟซบุ้คอย่างตรงกลุ่มเป้าหมาย หรือการส่งของขวัญพิเศษไปตามที่อยู่ของลูกค้าในภายหลัง ทั้งยังสามารถดูสถิติการขายย้อนหลังเพื่อดูว่าคอลเล็คชั่นไหนขายดีที่สุด เพื่อนำมาปรับปรุงให้ดีขึ้นไปอีกในคอลเล็คชั่นต่อไป ทำให้ Zoë Scarf ใช้เวลาในการทำงานน้อยลง 3 เท่า ยอดขายเพิ่มขึ้น 20% ต่อเดือน

“เราไม่ได้ขายของแค่วันนี้วันเดียว นี่คือธุรกิจของเรา อยากจะบอกใครที่ทำธุรกิจออนไลน์ว่าเราไม่ได้ขายของไปวันๆ เท่านั้น ข้อมูลลูกค้าจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะการทำการตลาดกับลูกค้าเก่า ต้นทุนถูกกว่าการทำตลาดกับลูกค้าใหม่ โซอี้จึงให้ความสำคัญกับข้อมูลมาก”


เปลี่ยนความหลงใหลเป็นธุรกิจ พิชิตความฝันให้ยั่งยืน

คุณโซอี้เป็นหนึ่งในบุคคลต้นแบบที่เปลี่ยนความหลงใหลเป็นธุรกิจได้อย่างประสบความสำเร็จ หนึ่งในคำแนะนำจากคุณโซอี้คือการคำนึงถึงองค์ประกอบต่างๆ ก่อนการดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบ ไม่ว่าจะเป็น ความสามารถของตัวเอง ความต้องการของตลาด และการสำรวจคู่แข่งที่อยู่ในธุรกิจประเภทเดียวกัน เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจเริ่มทำธุรกิจ ใ นการเริ่มธุรกิจของตัวเอง แน่นอนว่ามีความหลงใหลนั้นมาเป็นลำดับแรก คุณโซอี้กล่าวว่าให้ทบทวนดูว่าเวลาว่างเราชอบทำอะไร ลำดับต่อมาคือการทำในสิ่งที่เราถนัดอย่างเช่นวิศวกร สถาปัตยกรรม บัญชี การทำในสิ่งที่ถนัดทำให้ไม่เป็นการเริ่มต้นจากศูนย์ แต่เป็นการเริ่มต้นที่ 1,000 กิโลเมตร นั่นคือเริ่มต้นได้เร็วกว่าคนอื่น ไปได้ไกลกว่าคนอื่น

หรือการเริ่มธุรกิจในสิ่งที่ช่วยแก้ไขปัญหาให้กับผู้คนได้ อย่างเช่น Sellsuki ที่เริ่มต้นธุรกิจจากปัญหาของการค้าขายออนไลน์ การเริ่มต้นจากปัญหาของธุรกิจจะช่วยแก้ไขปัญหาได้จริง สามารถสังเกตง่ายๆ จากปัญหาที่เราเจอในชีวิตประจำวันตั้งแต่ตื่นจนเข้านอน ลองลิสต์ออกมา อาจพบว่าเป็นปัญหาที่คนอื่นๆ เจอเช่นเดียวกัน และอาจเป็นที่มาของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในต่อไป

และนอกจากนี้คุณโซอี้ยังทิ้งท้ายเรื่องการรับมือกับคู่แข่ง โ ดยให้ปรับมุมมองคิดตั้งแต่เริ่มแรกว่า “ถ้าธุรกิจที่เราทำยังไม่ดีกว่าของคู่แข่ง ...อย่าทำ สิ่งที่เราทำต้องเป็น great ไม่ใช่แค่ good ทำให้เป็น The Best ให้ได้อย่าทำธุรกิจเพื่อเป็นเบอร์ 2 หรือ 3 ในสนามเดียวกับคนอื่น การเป็นเบอร์หนึ่งในท้องตลาดนั้นง่าย เพราะเราแค่แข่งกับคนเดียว นั่นคือเบอร์หนึ่งตอนนั้น สิ่งที่ต้องทำคือการดูว่าเบอร์ 1 นั้นมีอะไรบ้าง แล้วเราก็ทำให้ดีกว่า”

<< Back